มาสร้าง Default Channel Grouping ใน Analytic กันดีกว่า

0
1468

ทุกวันนี้ช่องทางการโปรโมทสินค้าออนไลน์มีทั้ง Google Ads / Facebook Ads / Line Ads Platform / Youtube Ads และอื่นๆ และเพื่อที่จะทำให้คนทำโฆษณารู้ว่า Traffic ที่เข้าเว็บเรามานั้นมาจากช่องทางไหนบ้าง จึงต้องใช้ UTM Parameter เข้ามาเป็นตัวช่วย

คนที่ทำงานด้านนี้คงรู้กันอยู่แล้วว่าเราสามารถสร้าง UTM Tagging กันได้อย่างไร ถ้าต้องการทำความเข้าใจเพิ่มเติม สามารถไปอ่านที่ได้ บล็อก taketing.comfeaturingtae.com ซึ่งอธิบายการใช้งาน UTM ไว้ค่อนข้างเข้าใจง่าย แต่ผมขออธิบายไว้สั้นๆ ว่า UTM ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง Google Analytic และช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ต่างๆ ทำให้คุณรู้ว่าคนที่เข้าเว็บ มาจากช่องทางไหน และสามารถนำไปทำสรุปรายงานผลได้ง่ายขึ้น ซึ่งเราสามารถสร้าง UTM ได้ง่ายๆ ผ่าน UTM Builder ที่ Google สร้างขึ้นมาให้ หรือเลือกใช้ Template Google Spread ที่เราได้สร้างมาให้ > Google Sheet

ตัวอย่าง digi-era.co?utm_source=google&utm_medium=cpc

เมื่อเราได้สร้าง UTM Tagging เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบ Traffic ผ่านช่องทางต่างๆ  เราก็มักจะเข้าไปดู Report ในส่วนที่เรียกว่า Source/Medium ใน Google Analytic เพื่อที่จะดูว่ามีคนเข้าเว็บผ่านช่องทางไหนบ้าง เพราะโดยส่วนมากมักจะไม่ค่อยได้ดูในส่วนที่เรียกว่า Default Channep Grouping เพราะทุกครั้งเมื่อได้เห็นแล้ว UTM ที่เราได้สร้างขึ้นมามักจะรวมตัวกันอยู่ในตรงที่เรียกว่า (Other) ตลอด แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถที่จะ Customize ข้อมูลตรงนี้ได้  แต่ต้องทำอย่างไรนั้น ลองมาทำไปพร้อมๆ กัน

channel grouping

Default Channel Grouping

Default Channel Grouping ทำหน้าที่อะไรใน Analytic

อันดับแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่า Default Channel Grouping เป็นส่วนหนึ่งใน Analytic ที่สามารถเลือกใช้งานได้ตามภาพที่ได้เสนอไปด้านบน โดยจะทำหน้าที่บอกเป็นภาพกว้างๆ ว่า ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ที่ Google Analytic สามารถตรวจสอบได้นั้นมีอะไรบ้าง แต่เนื่องจากมันเป็นค่า Default ที่เป็นการตั้งค่ามาให้ตั้งแต่เริ่มต้น

และถ้าเราตั้งค่า UTM ที่นอกเหนือจากค่าเบื้องต้นที่ทาง Google กำหนดมาทุกอย่างมันจะถูกจัดเก็บไว้ในส่วนที่เรียกว่า (Other) ที่มันอยู่ตรงนี้เพราะว่า Google ไม่เข้าใจว่า Source/Medium พวกนั้นควรจะถูกจัดกลุ่มไว้ Channel ไหนดี และทำให้ทุกครั้งที่จะตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง เราก็มักจะไปดูที่ Source/Medium อยู่เสมอ

เราสามารถเห็นฟังก์ชั่นนี้จากตรงไหนบ้างใน Analytic

เราสามารถเห็น Default Channel Grouping ส่วน Report ที่เป็น Acquisition และ Conversions ของ Google Analytic ตามแบบภาพที่ได้เห็นด้านล่างนี้ มีตรงไหนบ้างมาดูกัน

Acquisition > All Traffic > Channels

acquistion report primary dimention

Conversion > Multi Funnel Channel > Assistant Conversions / Top Conversion Path.

mcf channgel

Default Channel Group มีอะไรบ้าง?

  1. Direct คือ การเข้าเว็บไซต์ผ่านการพิมพ์ชื่อเข้ามาตรงๆ หรือการคลิกมาจากช่องทางอื่นๆ อย่างเช่น Bookmark หรือที่ไม่ได้เป็นสื่อออนไลน์ อย่างเช่น การคลิกลิ้งมาจากไฟล์ PDF หรือ Word นอกจากนี้ยังรวมถึงช่องทาง Traffic ที่ Google Analytic ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างแน่ชัด ทำให้บางครั้งเวลาที่เราเห็น Source ของ direct มักจะเป็น (not set) หรือ (none) นั่นเอง
  2. Organic Search คือ การเข้าเว็บไซต์ผ่าน Search Engine ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Google Search / Bing Searcn / Baidu Search หรือ อื่นๆ โดยใน Analytic ตั้งค่า Default ไว้ที่เมื่อมีคนเข้าผ่านละสามารถตรวจจับค่าเหล่านี้ไดว่าเป็น organic
  3. Social คือ การเข้าเว็บไซต์ผ่านสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter อย่างไรก็ตามการจัดกลุ่มแบบนี้เป็นการตั้งค่าที่ Google ตั้งค่าขึ้นมาเอง ดังนั้นอาจจะมีพลาดกันบ้าง โดย Analytic ตั้งค่า Default ไว้ที่เมื่อมีคนเข้าผ่านละสามารถตรวจจับค่าเหล่านี้ได้ social | social-network|social-media|sm|social network|social media
  4. Email คือ การเข้าเว็บไซต์ผ่านช่องทาง Newsletter ที่ได้ส่งให้กับลูกค้า ซึ่ง Analytic ตั้งค่า Default ไว้ที่เมื่อมีคนเข้าผ่านละสามารถตรวจจับค่าเหล่านี้ได้ว่าเป็น email แต่เรามักจะไม่ค่อยเห็นใน Default Channel Grouping เท่าไหร่นักเพราะคนส่งอีเมลมักจะใช้ UTM
  5. Paid Search คือ คนเข้าเว็บไซต์ผ่าน Google Ads เสียส่วนใหญ่โดยที่ Analytic ตั้งค่า Default ไว้ที่เมื่อมีคนเข้าผ่านละสามารถตรวจจับค่าเหล่านี้ได้ cpc|ppc|paidsearch แต่ถ้าเราทำการ Link Google Ads เข้ากับ Google Analytic มันก็จะจัดเก็บได้ในทันที
  6. Referral คือ การเข้าเว็บไซต์ผ่านช่องทางเว็บไซต์อื่นๆ อย่างเช่น มีคนเห็น digi era ในเว็บ pantip.com แล้วคลิกเข้าเว็บของผมผ่านช่องทาง pantip มันก็จะกลายเป็นเว็บไซต์ส่ง traffic มาให้เว็บของผม ทาง Google Analytics ก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่าช่องทางการเข้าเว็บไซต์ผ่านเว็บต่างๆ นั้นเป็น referrer ในทันที สังเกตได้จากเมื่อคลิกเข้าไปดูแล้วจะเห็นเป็นชื่อเว็บต่างๆ

นี่เป็นบางส่วนของ Default Channel Grouping ซึ่งเราสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Google Support ทั้งหมดนี้เป็นค่าตั้งต้นที่ทาง Analytic ได้ตั้งค่ามาให้แล้ว และเมื่อคุณได้เริ่มใช้งานคุณสามารถที่จะตั้งค่า เพื่อให้มันเป็นไปตามแบบที่ตนเองต้องการ ถ้าไม่ต้องการที่จะดู Source / Medium ตลอดเวลา

วิธีแก้ไข Default Channel Grouping ใน GA

1 เริ่มต้นให้ไปที่ Admin > View Setting

เราสามารถที่จะตั้งค่าได้สองจุดด้วยกัน แบบแรกเรียกว่า Default Channel Grouping ซึ่งตรงนี้เมื่อแก้ไขแล้วมันจะส่งผลทั้ง Account หมายถึง สมมติถ้าใน Google Analytic มีคนใช้อยู่ประมาณ 5 คน และสามารถเข้าถึง View นี้ เมื่อคุณเปลี่ยนตรง Default มันก็จะไปอัพเดตของคนอื่นๆ ด้วย

2 คลิกที่คำว่า Channel Grouping จะเห็นข้อมูลตามภาพด้านล่าง

default channel grouping before overview

ตรงนี้เราสามารถที่จะทำได้ 2 แบบด้วยกัน คือ คลิกแก้ไขกันตรงๆ ตามแบบที่ทาง Google Analytic ได้ตั้งค่ามาให้นั่นแหละ หรือเลือกที่จะสร้างอันใหม่ ตามแบบที่เราอยากได้

3 หน้าตาของ Default Channel Grouping เมื่อได้คลิกเข้ามาแล้ว

จากภาพด้านบนจะสังเกตเห็นว่า Google ตั้งค่าเอาไว้ทั้งหมดอยู่แล้วเป็น System Defined จะเห็นว่าตรง Social มีเขียนไว้ว่า User Defined ตรงนี้ทาง Digi Era ได้จัดการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยไว้อยู่แล้ว ตรงนี้เราสามารถที่จะแกไขได้ในทันที หรือจะตั้งชื่อขึ้นมาเองตาม UTM ที่เราได้ส่งออกไปจากช่องทางออนไลน์ต่างๆ

4 มาสอนให้ Google Analytic รู้จัก UTM ของเรากัน

การตั้งค่าตรงนี้ เราสามารถเลือกได้หลายแบบแต่ส่วนมากจะต้องเลือกตามการตั้งค่า UTM ที่ได้ถูกนำไปใช้ และทางที่ดีควรที่จะใช้ Source หรือ Medium ไม่ควรที่จะใช้ Campaign หรือ Content หรือ Term เพราะตรงที่เป็น Source / Medium เรามักจะใช้เป็นชื่อกลางเพื่อบอกว่า Traffic เหล่านี้มาจากช่องทางไหนบ้าง ตามแบบที่ได้นำเสนอไปในช่วงต้นๆ ของบทความนี้

นอกจากนั้นจะสังเกตเห็นว่าเราสามารถเลือกได้สองคำสั่งด้วยกัน OR และ AND ตรงนี้ให้เลือกเป็น OR ตลอด และห้ามเลือก AND เด็ดขาด เพราะ Google Analytic จะจัดรวมกลุ่ม Traffic ตามตัวอย่างด้านนี้

  • ถ้าเลือกแบบ AND สมมติว่าเราตั้งค่า UTM เอาไว้ว่า digi-era.co?utm_source=facebook ผลที่จะตามมาคือ traffic ที่เข้าผ่าน sourc=facebook จะถูกนับว่าเป็น facebook แต่มันจะต้องเป็น traffic เดียวกันที่ทาง Google Analytic สามารถ Detect ได้เองด้วย ถ้าไม่ใช่นั้นข้อมูลก็จะไม่ถูกนับไปรวมกัน
  • ถ้าเลือก OR สมมติว่าเราตั้งค่า UTM เอาไว้ว่า digi-era.co?utm_source=facebook ผลที่ตามมาคือ Google Analytic จะนับรวมทั้ง Traffic ที่เข้าเว็บไซต์ผ่าน social media อื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ UTM กับที่มี UTM เข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้มาอาจจะเป็นอย่างที่แบบเราต้องการ แต่อยากที่จะแนะนำอาจจะลองใช้ชื่อ Channel ว่าเป็น Facebook และจัดกลุ่ม Channel ต่างๆ ของ Social Media ออกจากกัน

ทั้ง 4 ขั้นตอนที่ได้นำเสนอไปในข้างต้นเป็นวิธีการแก้ไขหรือสร้าง Default Channel ที่ Analytic มีมาให้อยู่แล้วเมื่อเราได้สมัครใช้บริการ แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้เพราะสิทธิ์ในการใช้งานไม่ถึง ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะคุณก็สามารถที่จะสร้าง Custom Channel Grouping ขึ้นมาใช้ได้เองเหมือนกัน ทำไงมาดูกัน

ไปที่ Custom Channel Grouping

custom channel group 1

คลิกที่ New Channel Group แล้วมันก็จะทำให้เกิดแบบภาพด้านล่างๆ เราก็จะตั้งชื่อ Channel ได้ตามที่คุณต้องการได้ และสร้างได้สูงสุดที่ 50 แชนแนล โดยจะเลือกเป็น Source หรือ Medium หรือจะทั้งสองก็ได้แล้วแต่ และไม่ต้องห่วงว่าจะจำชื่อ UTM ไม่ได้เพราะถ้าหากเคยมี Traffic ที่เคยเข้าผ่าน UTM นั้นๆ มาแล้วทาง Analytic จะแนะนำให้ตามแบบภาพด้านล่าง ก็สามารถเลือกใช้ได้เลย

เมื่อตั้งค่าได้ตามที่คุณต้องการแล้ว ตรงนี้คุณสามารถทำการ Copy หรือ Share ไปให้คนอื่นๆ ได้ ขณะเดียวกัน Custom Channel Grouping จะสามารถเลือกดู Report ได้ตามภาพด้านล่าง

channel grouping report

Managed Brand Term

สำหรับกรณีที่เว็บไซต์ของคุณมีคนรู้จักกันเป็นจำนวนมหาศาล การจัดการตรงนี้มีประโยชน์เช่นเดียวกัน แต่ตรงนี้จะเหมาะกับ Google Ads เพียงเท่านั้น เพราะมันจะเป็นการจัดกลุ่มคำระหว่าง Brand Keyword และ คำๆ ทั่วๆ ไป ออกจากกันเพื่อเอาไว้ดูว่า ระหว่างคีย์เวิร์ดที่เป็นแบรน์ กับคีย์เวิร์ดที่เป็นคำทั่วๆ ไป แบบไหนจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่ากัน เราสามารถเซ็ตติ้งได้ง่ายๆ ตามภาพด้านล่าง

digi era branded term

MCF Channel Grouping

เป็นอีกส่วนที่สำคัญเช่นเดียวกัน แต่ตรงนี้จะใช้งานเป็นประโยชน์มากถ้าเรามีการตั้งค่า Goal ให้กับ Analytic เพราะ MCF จะทำหน้าที่บอกพฤกติกรรมของ Users ว่าก่อนที่พวกเขาจะตกลงซื้อของ หรือตัดสินใจที่จะสมัครใช้บริการของเรา เขาได้ผ่านช่องทางไหนมาบ้าง ใน Report ก็จะมีหน้าตาแบบด้านล่าง ที่บาง Users อาจจะเข้า Facebook ก่อน แต่จริงๆ แล้วพวกเขาไปกดซื้อผ่าน Google Ads แบบนี้จะเป็นลักษณะของ Assistant Conversion

mcf top conversion path

ไม่ว่าคุณจะมีสิทธิ์ในระดับ Admin คุณจะไม่สามารถแก้ไข MCF Channel Grouping ได้เพราะมันจะเป็นแบบที่ทาง Google Analytic ตั้งค่ามาให้ตั้งแต่ต้น และไม่อนุญาตให้แก้ไขใดๆ ยกเว้นคุณจะทำตามการตั้งค่าของทาง Analytic เท่านั้น

สิ่งที่ต้องรู้สำหรับการตั้งค่า Channel Grouping

  1. สำหรับใครที่ต้องการแก้ไข Default Channel Grouping จะต้องมีัสิทธิ์ขั้น edit ใน Analytic ถึงจะสามารถทำได้ แต่ถ้ามีสิทธิ์เพียงแค่ Read & Analyse จะสามารถสร้างได้แค่ Custom Channel Group เท่านั้น
  2. การแก้ไขหรือสร้าง Default Channel ใหม่ขึ้นมาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ในการเก็บรวบรวมข้อมูลใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าเป็นการสร้าง Custom ระบบจะรวบรวมข้อมูลเก่าที่เคยเก็บมาไปพร้อมๆ กับข้อมูลใหม่ในทันที
  3. อย่าเพิ่งแก้ไข Default Grouping ถ้าหากยังไม่มั่นใจว่าข้อมูลจะเป็นตามแบบที่คาดหรือไม่ เพราะข้อมูลมันจะส่งผลไปให้คนอื่นๆ ด้วย ดังนั้นควรที่จะลองหัดทำที่ Custom Channel เสียก่อนเพราะจะมีแต่คุณเท่านั้น ที่จะสามารถมองเห็นข้อมูลดังกล่าว
  4. ให้คิดว่ามันเป็น Case Sensitive ดังนั้นควรที่ระมัดระวังให้ดี เพราะ Analytic จะมองว่า ตัวเล็ก และตัวใหญ่นั้นมีความแตกต่างกัน เช่น Facebook และ facebook จะถือว่าเป็นคนละ source เป็นต้น
  5. เราสามารถ Copy หรือ Share การเซ็ตติ้งของ Channel Grouping ไปให้คนอื่นๆ ได้แม้ว่าจะอยู่คนละ Google Analytic แบบถ้าใครไม่ต้องการที่จะ Setting ให้เสียเวลาทาง Digi Era ได้นำข้อมูลที่เราได้สร้างขึ้นมา แล้วแชร์มาให้ > Google Analytic Channel Grouping คลิกแล้วเลือกว่าจะให้ใช้ View ไหน
  6. สำหรับ Google Ads ทั้ง Display / Search หรือ Youtube ก็ไม่ควรที่จะใช้ UTM เพราะทั้ง Google Ads และ Analytic สามารถ Sync ข้อมูลได้ถ้าหากคุณ Link ทั้งสอง Account เข้าด้วยกัน หากแต่ว่าถ้าเผลอใช้ UTM ควรที่จะคิ๊กถูกตรง Property Setting ให้ทาง UTM สามารถใช้แทนระบบ Auto Tagging

สุดท้าย

การสร้างหรือการแก้ไข Default Channel หรือ Custom Channel อาจจะดูยากสำหรับหลายๆ คน แต่มันเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้การทำงานของคุณกับ Analytic สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ถ้าหากไม่อยากจะแก้ไขให้มันเสียเวลา ลองปรับเปลี่ยนที่ UTM แทน เพราะทุกวันนี้เรามักจะตั้งชื่อ Source/Medium ตามที่เราต้องการเช่น อาจจะ Facebook และตามด้วยชื่อแคมเปญ แต่อยากให้ลองเปลี่ยน UTM_Medium เป็นไปตามที่ทาง Google ได้ตั้งค่ามาให้ตั้งแต่ต้น ก็จะทำให้ Traffic รวมกันเองโดยอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่ต้องแก้ไขหรือสร้างใหม่

แต่ไม่ใช่ทุกเว็บไซต์จำเป็นที่จะต้องทำเสมอไป แต่ก็ขอให้บทความนี่เป็นแนวทางที่จะทำให้คนที่ใช้งาน Analytic เป็นประจำได้ลองนำไปปรับใช้กันดู เผื่อที่จะได้มีอะไรสนุกๆ ได้ทำ ถ้าใครได้ทดลองทำแล้วก็อย่าลืมแชร์กันนะครับ หรือถ้าเห็นว่ามันมีประโยชน์ก็อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนในทีมได้ลองอ่านกันครับ